ประชุมใหญ่วิสามัญ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูเพชรบูรณ์ งัดหลักฐาน อภิปราย ดุเดือด จี้ติดตามทวงถาม สินไหมทดแทน ให้กับทายาทสมาชิกที่เสียชีวิต เร่งคืนเงินจากกองทุนผู้ค้ำประกัน โดยเร็ว
เพชรบูรณ์-ประชุมใหญ่วิสามัญ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูเพชรบูรณ์ ดุเดือด งัดหลักฐาน ขึ้นอภิปราย จี้ติดตามทวงถาม สินไหมทดแทนกว่า 7 ล้านบาท ให้กับทายาทสมาชิกที่เสียชีวิต เร่งคืนเงินจากกองทุนผู้ค้ำประกันให้กับสมาชิกฯ โดยเร็ว
วันที่ 29 มีนาคม 2568 ที่ห้องประชุมทรัพย์สุขสันต์ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูเพขรบูรณ์ จำกัด สหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ดำเนินการจัดให้เปิดประชุมใหญ่วิสามัญ โดยมีนายณรงค์ จันทร์เชื้อ ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเพชรบูรณ์ ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม พร้อมด้วยคณะกรรมการดำเนินการ ผู้ตรวจสอบกิจการสหกรณ์ ผู้จัดการสหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้ตรวจบัญชีสหกรณ์เพชรบูรณ์ ผู้แทนสมาชิก 1ต่อ10 เจ้าหน้าที่สหกรณ์ และสมาชิกทั่วไปที่ไม่ใช่ผู้แทนสมาชิก 1 ต่อ 10 ที่ได้รับผลกระทบจากการบริหารงานของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเพชรบูรณ์ จำนวน 1,212 คน เข้าร่วมประชุมรับฟัง สำหรับสมาชิกทั่วไปที่ไม่ใช่ ผู้แทน 1 ต่อ 10 ที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ สามารถร่วมอภิปรายได้แต่ไม่สามารถใช้สิทธิลงมติได้
โดยมีวาระการประชุมที่เป็นเรื่องสำคัญที่ตัวแทนสมาชิกผู้ได้รับความเดือดร้อน ได้นำเสนอในที่ประชุมเพื่อให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์นำไปแก้ไขในหลายเรื่อง ประกอบด้วย
1. เรื่องการขอแก้ไขข้อบังคับสหกรณ์ที่สมาชิกขอแก้ไข 6 ข้อ ซึ่งที่ประชุมได้ลงมติให้ความเห็นชอบ 2 ข้อ อีก 4 ข้อไม่ผ่านความเห็นชอบ และหนึ่งข้อเรียกร้องที่ไม่ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่วิสามัญฯในครั้งนี้ได้สงวนสิทธิ์ที่จะดำเนินการต่อโดยขอให้ที่ประชุมได้บันทึกในการประชุมในครั้งด้วย
2. เรื่องขอให้ชี้แจงเรื่องลูกหนี้ (สินไหมทดแทน) ให้กับทายาทผู้ที่เสียชีวิต 4 ราย จำนวนรวมดอกเบี้ยกว่า 7 ล้านบาท ที่ยังไม่ได้รับสินไหมทดแทน
3. เรื่องขอให้คืนเงินประกันสินเชื่อ ส่วนที่หักเกินกว่าหนี้คงเหลือ ที่สมาชิกมองว่าเป็นการบังคับสมาชิกโดยไม่ถามความสมัครใจ พร้อมเรียกร้อง ต่อไป การออกระเบียบที่จะส่งผลกระทบต่อภาระของสมาชิก หน่วยงานที่ควบคุมต้องกำกับดูแลและนำเข้าที่ประชุมใหญ่ พิจารณาเห็นชอบ
4. เรื่องเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ค้ำประกัน ที่สมาชิกเรียกร้องขอให้ชี้แจง ข้อสังเกตุของผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาต ที่พบว่าในงบการเงินของสหกรณ์ที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ไม่ปรากฏว่า มีบัญชีกองทุนช่วยเหลือผู้ค้ำประกัน
โดยเฉพาะเรื่องบัญชีกองทุนช่วยเหลือผู้ค้ำประกัน ถือเป็นประเด็นสำคัญที่สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเพชรบูรณ์ ได้ให้ความสนใจ จี้ติดตามทวงถามหาความรับผิดชอบจากคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเพชรบูรณ์ จำกัด เรื่องการคืนเงินให้กับสมาชิก เนื่องจากเป็นการดำเนินการบริหารผิดพลาดของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเพชรบูรณ์จำกัด มาเป็นเวลายาวนานตั้งแต่ปี 2545
โดยเรื่องนี้ก่อนหน้านั้นได้มีหนังสือแจ้งเตือน จากสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์ ที่กษ 1101.11/830 ลงวันที่ 20 มกราคม 2545 เรื่องห้ามสหกรณ์ดำเนินธุรกิจประกันภัย โดยมีการแจ้งเตือนไปในทุกจังหวัด เนื่องจากอาจเป็นการเข้าข่ายการประกอบธุรกิจประกันชีวิตหรือประกันวินาศภัย ผิดพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ.2535 และ พระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ.2535 ซึ่งเรื่องนี้ได้ถูกปล่อยปละละเลยมาโดยตลอด
ต่อมาเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 ได้มีหนังสือจากสำนักงานสหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่.พช. 0010/1551 เรื่องแนะนำให้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูเพชรบูรณ์จำกัด ทบทวนการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ค้ำประกันอันอาจเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย
หากสหกรณ์ฯ ฝ่าฝืนกฎหมายอื่นอาจถูกดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งมีโทษจำคุกและปรับหรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่ง สำนักงานสหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์ พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อป้องกันป้องกันการปฏิบัติฝ่าฝืนกฎหมายอื่น จึงได้แนะนำให้ยุติการกระทำดังกล่าวที่อาจเข้าข่ายการประกอบธุรกิจประกันชีวิตหรือธุรกิจประกันวินาศภัยและควรดำเนินการดังนี้
1. ปรับปรุงลูกหนี้เงินกู้ของกองทุนช่วยเหลือสมาชิกผู้ค้ำประกันเป็นลูกหนี้เงินกู้ปกติในระบบของสหกรณ์โดยพิจารณาอัตราดอกเบี้ยเป็นพิเศษและให้สหกรณ์กำหนดระเบียบว่าด้วยการให้เงินกู้เพื่อช่วยเหลือผู้ค้ำประกัน
22. คืนเงินสมทบที่หักจากสมาชิกผู้กู้ทุกราย
33. เงินที่สหกรณ์จัดสรรจากกำไรสุทธิเข้ากองทุนช่วยเหลือสมาชิกผู้ค้ำประกันทั้งหมดรวมถึงดอกผลและรายได้อื่นให้โอนเข้าเงินทุน สำรองของสหกรณ์ โดยขอมติเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสหกรณ์
สำหรับการเปิดประชุมใหญ่วิสามัญในครั้งนี้ สืบเนื่องจากที่ผ่านมาได้สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเพชรบูรณ์ จำนวน สมาชิกที่ร้องขอเปิดประชุม 747 คน เข้าชื่อยื่นขอเปิดประชุมใหญ่วิสามัญต่อคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเพชรบูรณ์ เพื่อขอเปิดประชุมใหญ่วิสามัญ ภายหลังที่เพิ่งมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ผ่านไปเพียงไม่กี่วัน โดยสมากชิกฯ ได้กล่าวหาว่ามีการปิดกั้นแสดงความคิดของสมาชิก การไม่ส่งเอกสารล่วงหน้าก่อนการประชุมใหญ่สามัญให้กับสมาชิกตามข้อบังคับ การไม่นับองค์ประชุมฯ การไม่นับเสียงในการลงมติ การแก้ไขข้อบังคับแบบรวบรัด
ซึ่งการเข้าชื่อยื่นขอเปิดประชุมใหญ่วิสามัญในครั้งนี้แกนนำกล่าวว่าเป็นสิทธิและยื่นถูกต้องตามขั้นตอนทุกประการ ซึ่งเบี้องต้นที่มีการยื่นเรื่องขอเปิดการประชุมใหญ่วิสามัญ ก็ได้รับการปฏิเสธที่จะเปิดประชุมใหญ่วิสามัญ ให้ตามที่สมาชิกร้องขอ จากคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ฯ
ทำให้สำนักงานสหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยนายพงศธร ศรีชัย สหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่เป็นหหน่วยงานที่รับผิดชอบกำกับดูแลกิจการสหกรณ์ต่างๆ ได้มีคำสั่งให้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูเพชรบูรณ์เปิดประชุมใหญ่วิสามัญในครั้งนี้ภายใต้แรงกดดัน ที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูเพชรบูรณ์ไม่เห็นชอบที่จะเปิดวิสามัญโดยอ้างว่าไม่มีเหตุสำคัญเร่งด่วนหรือทำให้สหกรณ์เสียหาย ขณะที่ สมาชิกอีกจำนวนหนึ่งร้องขอให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญจน นายกกชัย ฉายรัศมีกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ต้องเข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบปัญหาและแก้ไขในเรื่องดังกล่าวด้วยตนเอง
กระทั่งวันที่ 29 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา จึงได้มีการเปิดประชุมใหญ่วิสามัญของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเพชรบูรณ์ ได้ในที่สุด ซึ่งสมาชิกได้กล่าวว่าเป็นการมาเริ่มติดกระดุมเม็ดแรกกันใหม่ สร้างการเปลี่ยนแปลง การดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเพชรบูรณ์ ให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ที่สำคัญให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ควรรับฟังเสียงสมาชิกให้มากขึ้น
โดยใช้เวลาในการประชุมยาวนาน ถึง กว่า 13 ชั่วโมง ตั้งแต่เช้า 08.00 น. ถึงกลางคืน 20 น.เศษ โดยไม่มีการพัก ทำให้บรรยากาศในที่ประชุมตลอดทั้งวัน เป็นไปด้วยความเคร่งเครียด โดยที่สมาชิกได้มีการอภิปรายแสดงความคิดเห็นอย่างดุเดือด ทั้งกล่าวหาการบริหารงานของคณะกรรมการบกพร่อง อย่างกว้างขวาง ทั้งการหมกเม็ดเงินบางส่วนมีการตั้งข้อสังเกตุถึงฐานะการเงินการใช้จ่ายเงิน การบัญชีของสหกรณ์ การมีบัญชีผี มีสมาชิกที่เป็นแกนนำลุกขึ้นอภิปรายประเด็นปัญหาต่างๆ ตามวาระการประชุมอย่างต่อเนื่อง
ด้วยการแสดงพยานหลักฐานพร้อมเหตุผลประกอบการอภิปราย อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตุว่า ในการประชุมวิสามัญในครั้งนี้ไม่มีการแจกข้าวกล่องให้กับสมาชิกผู้เข้าร่วมประชุมแต่อย่างใด ทำให้แกนนำสมาชิกต้องจัดหาข้าวห่อ มาแจกโดยได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายจากผู้ใจดี ส่วนของผู้แทน 1 ต่อ 10 ที่เข้าร่วมประชุม ก็ได้รับเงินค่าพาหนะ คนละ 500 บาท หลังจากประชุมมาจนถึงเวลา 16 น. รับเงินเสร็จก็เดินทางกลับ
โดยเฉพาะนางสารีณีย์ เชื่อมวราศาสตร์ ซึ่งเป็นผู้ซักฟอกระบบบัญชีของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูได้อย่างน่าสนใจ พร้อม จี้ทวงถาม เงินสินไหมทดแทนที่สหกรณ์ยังไม่จ่ายให้กับทายาทสมาชิกที่เสียชีวิต จำนวน 4 ราย เป็นเงินกว่า 7 ล้านบาท หากสหกรณ์ ฯ ไม่เร่งแก้ไขปัญหานี้ อาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือขององค์กร สมาชิกจึงเรียกร้องให้คณะกรรมการดำเนินการ ชี้แจงแนวทางแก้ไขและระบุผู้รับผิดชอบต่อการเบิกจ่ายเงิน เพราะกรณีนี้ เป็นหนึ่งในหลายกรณีที่ยังไม่มีการแก้ไขอย่างชัดเจน
ทำให้คณะกรรมการดำเนินการของสหกรณ์ ฯ ได้ชี้แจงว่า การเบิกจ่ายเงินสินไหมในกรณีนี้ เป็นการเซ็นเบิกตามรายชื่อที่ตัวแทนของบริษัทประกันกำหนด โดยไม่มีการรายงานให้คณะกรรมการดำเนินการทราบ ซึ่งเบื้องต้น ได้ให้พนักงานบัญชี ที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว ออกจากงานไปแล้ว อย่างไรก็ตาม สมาชิกยังคงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียด และนำเงินไปสู่มือผู้รับผลประโยชน์โดยเร็ว
ซึ่งเรื่องนี้สมาชิกฯ ได้กล่าวว่า สินไหมทดแทน ที่บริษัทประกันชีวิตได้ชำระแล้ว หายไปไหน แต่กลับนำเอาเงินสหกรณ์ฯ จากกองทุนหนี้สงสัยจะสูญ ไปชำระนั้นชอบด้วยกฏหมายและข้อบังคับหรือไม่
ด้าน นายวัชรินทร์ ดีดาร์ ก็ได้ลุกขึ้นอภิปรายในเรื่องการขอแก้ระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเพชรบูรณ์ ในหลายเรื่อง ทั้งเหตุและผลในการขอแก้ ระเบียบที่ข้อแก้มีด้วยกัน 6 เรื่อง ผ่านการลงมติเห็นชอบ 2 เรื่อง ไม่ผ่านความเห็นชอบ 4 เรื่อง และมี 1 เรื่องที่ไม่ผ่านมติที่ประชุมฯ นายวัชรินทร์ ฯ ก็ได้ขอสงวนสิทธิ์ที่จะดำเนินการต่อพร้อมทั้งให้บันทึกในการประชุมไว้ด้วย
ขณะที่ นายพงษ์ศักดิ์ พุฒบุตร , ดร. ดิเรก สุวรรณฤทธิ์ , นายคำรณ คุณแก้ว , นายประดิษฐ์ บุญยอด , นายบุญเสริม สิงห์ทอง ,นายอำพร กาญจนโพธิ์, จ่าสิบเอกพินิจ ก้อนแก้ว ฯลฯ ก็ได้ผลัดเปลี่ยนกันลุกขึ้นอภิปราย ในประเด็นต่างๆ ได้อย่างดุเดือด มีการงัดเอาหลักฐานเอกสารใบเสร็จรับเงินที่อ้างว่าเป็นเอกสารปลอมมาโชว์กลางที่ประชุม อีกด้วย ตลอดจนมีการเรียกร้องสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเพชรบูรณ์ ให้เอาสมุดเล่มแดงซึ่งเป็นสมุดบัญชีเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ค้ำประกัน ไปแจ้งความ ที่ สภ.เมืองเพชรบูรณ์ข้อหาสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเพชรบูรณ์ ฉ้อโกงสมาชิก จากการกล่าวหาว่าเป็นบัญชีกองทุนช่วยเหลือผู้ค้ำประกัน เป็นกองทุนผี เพื่อเรียกร้องเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยและเงินขาดประโยชน์นานถึง 21 ปี ซึ่งเรื่องดังกล่าว ได้มีแกนนำได้ไปแจ้งความไว้แล้วเช่นกัน
งานข่าวแจ้งว่า กรณีปัญหาเรื่องการคืนเงินให้กับสมาชิก จากปัญหาเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ค้ำประกันนั้น ทางสำนักงานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจะไปกู้เงินจากสถาบันการเงินจำนวน 100 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาให้กับสมาชิกนั้น หากเป็นเช่นนั้น สมาชิกบางคนเกรงว่าจะเป็นการซ้ำเติมเพิ่มภาระให้กับสมาชิกอีก ตรงกันข้ามกลับไม่พูดถึงเงินที่หายไป กว่า 40 ล้านบาท หรือความรับผิดชอบของสหกรณ์ที่บริหารงานผิดพลาด.
เพชรชัยออนไลน์/081-8875153
ไม่มีความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น